เรื่องการเสียบหูฟังกับมือถือที่ไม่มีรู 3.5 มม.

มันเป็นเรื่องปัญญาอ่อนของวงการโทรมือถือที่เริ่มตัดรูเสียบหูฟังออกไป และไล่ผู้ใช้ให้ไปเสียเงินซื้อหูฟังแบบไร้สาย BlueTooth โดยรับเสียงในรูปคลื่นวิทยุที่ส่งจากมือถือไปชุดหูฟัง ซึ่งคลื่นรับจะตีรวนกับคลื่นส่งม้่ว ไปหมด ทำให้เสียงแย่ลงมาก ความน่าฟังหายหมด ทรวดทรงแบน แห้ง

ขนาดชุดหูฟัง BlueTooth ระดับหมื่นขี้นไปก็ยังสู้หูฟังแบบสายดีๆระดับพันกว่าไม่ได้ แต่เมื่อไม่มีรูเสียบหูฟัง ใครอยากใช้หูฟังแบบสาย ก็ต้องเสียเงินซื้อตัวเชื่อมต่อที่เป็นทั้งต้วแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นอนาลอค (DAC) เพิ่มภาคขยายเสียง Class D จิ๋ว เพื่อขับสัญญาณอนาลอคป้อนให้ตัวหูฟังแบบสายอีกที โดยชุดพ่วงนี้จะขโมยไฟจากแบตในมือถือ ทำให้แบตหมดเร็วถึงเร็วมากอย่างน่ากลัว โดยเสียงมักสู้แบบหูฟังสายปกติไม่ได้เช่นเคย มักแย่กว่ามาก ถ้าชุดแปลงดังกล่าวเป็นยี่ห้อเดียวกับของมือถือนั้น ก็มักทำงานได้ครบ ไม่มีปัญหาแต่เสียงก็มักแย่เหมือนเดิม

แต่ถ้าชุดแปลง เป็นยึ่ห้ออื่นที่ขายทั่วไป การเชื่อมต่อจะเป็นคนละแบบกันเลย ตัวแปลงจะเป็นเหมือนชุดหูฟังไรัสาย BlueTooth ที่กล่าวมาแล้ว เป็นแต่ว่ามาเสียบขโมยไฟจากแบตมือถือและเสียงก็แย่เหมือนหูฟังไร้สายแถมบางฟังชั่นใช้งานไม่ได้ด้วย และตัวแปลงพวกนี้ที่ราคาถูกๆร้อยกว่าบาท เสียงอุบาทว์หูที่สุด อย่าได้คิดซื้อใช้ อย่างน้อยต้องราคา 3-4 ร้อยบาทขึ้นไป ถึง 4-5 พันบาท แต่การใช้งานบางฟังก์ชั่นก็ยังมีปัญหา แต่พวก 4-5 พันเหล่านี้ เสียงมักดีกว่า 4-6 ร้อยของยี่ห้อมือถือเอง แต่ท้ายสุดก็ยังเทียบไม่ได้กับหูฟังสายถ้าเสียบเข้ารูเสียบหูฟังของมือถือโดยตรง

 
พูดตามตรง ตอนนี้ใครต้องการซื้อมือถือสเปคระดับเทพรุ่นสูงสุด มีมือถืออยู่ยี่ห้อเดียวคือ SONY ที่ยังให้รูเสียบหูฟัง 3.5 มม. มา แถมเน้นคุณภาพเสียงระดับ HiFi จริงๆมา บ้านเรามีเข้ามา 3 รุ่นท๊อป ราคาตั้งแต่ หมื่นต้นถึง 3หมื่นกว่าบาท แต่ถ้าใครไม่บ้าสเปคเทพลองหาที่สเปคกลางรุ่นไม่เกินหมื่นบาทที่มีรูเสียบหูฟัง 3.5 มม.มาด้วย จบทุกปัญหา แถมเสียงระดับเทพได้ถ้าหูฟังสายนั้นดีพอ

(ขอแนะนำยี่ห้อ ThreeFriends)

เครดิต : อจ.ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ http://www.maitreeav.com